เนื้องอกมดลูก : เรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงควรรู้
เนื้องอกมดลูกคืออะไร?
เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids) หรือที่เรียกว่า ก้อนเนื้อของกล้ามเนื้อมดลูก เป็นเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง สามารถเกิดขึ้นได้ในผนังมดลูกหรือรอบ ๆ มดลูก ขนาดของก้อนอาจมีตั้งแต่เล็กจนแทบมองไม่เห็น ไปจนถึงขนาดใหญ่
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุที่แน่ชัดของเนื้องอกมดลูกยังไม่ทราบแน่ชัด แต่นักวิจัยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเพิ่มโอกาสเกิด ได้แก่
- อายุ 30-50 ปี
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นเนื้องอกมดลูก
- มีภาวะอ้วน
- รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ขาดผักผลไม้
- มีประจำเดือนเร็ว (ก่อนอายุ 12 ปี)
อาการของเนื้องอกมดลูก
ผู้หญิงบางคนอาจไม่มีอาการเลย แต่ในบางกรณีอาจพบอาการ เช่น
- ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมานานกว่าปกติ
- ปวดท้องน้อยหรือรู้สึกแน่นในช่องท้อง
- ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะลำบาก
- ท้องผูก
- ปวดหลังหรือปวดขา
- มีปัญหาภาวะมีบุตรยากหรือแท้งบ่อย
การป้องกันเนื้องอกมดลูก
แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้โดย
- การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และลดอาหารไขมันสูง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยควบคุมน้ำหนัก และลดฮอร์โมนที่กระตุ้นการเติบโตของเนื้องอก
- หลีกเลี่ยงสารกระตุ้นฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น การใช้ฮอร์โมนโดยไม่จำเป็น
- จัดการความเครียด เพราะความเครียดอาจกระทบต่อระดับฮอร์โมนในร่างกาย
การคัดกรองและตรวจพบเนื้องอกมดลูก
โดยทั่วไป เนื้องอกมดลูกมักถูกพบโดยบังเอิญ ขณะตรวจภายในหรืออัลตร้าซาวด์ หากมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจ เช่น
- ตรวจภายใน (Pelvic Examination) เพื่อตรวจดูขนาดและรูปร่างของมดลูก
- อัลตราซาวด์ช่องท้องหรือทางช่องคลอด (Ultrasound) เพื่อตรวจหาขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก
- MRI หรือ CT Scan ในบางกรณีที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
การรักษาเนื้องอกมดลูก
ขึ้นอยู่กับอาการ ขนาดของก้อน และแผนการมีบุตรของผู้ป่วย วิธีการรักษามีหลายแบบ ได้แก่
1. ติดตามอาการ
- ถ้าเนื้องอกมีขนาดเล็กและไม่มีอาการ อาจแค่ติดตามโดยตรวจติดตามเป็นระยะ
2. การใช้ยา
- ยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ช่วยควบคุมอาการเลือดออกผิดปกติ
- ยากลุ่ม GnRH agonists ช่วยยับยั้งฮอร์โมนชั่วคราว ทำให้ก้อนเนื้อมีขนาดเล็กลง (บางกรณี)
3. การผ่าตัด
- ผ่าตัดเอาเฉพาะก้อนเนื้องอกออก (Myomectomy) เหมาะกับผู้ที่ยังต้องการมีบุตร
- ผ่าตัดมดลูกออก (Hysterectomy ) เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงและไม่ต้องการมีบุตรแล้ว
4. การรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่
- Uterine Artery Embolization (UAE) อุดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงก้อน ทำให้ก้อนฝ่อลง
- MRI-guided Focused Ultrasound ใช้คลื่นเสียงทำลายเนื้องอก
การติดตามผลหลังการรักษา
- ควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการ
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ประจำเดือนผิดปกติ ปวดท้องมากขึ้น หรือคลำได้ก้อน ให้มาพบแพทย์เพื่อมาตรวจติดตาม
สรุป
เนื้องอกมดลูกเป็นภาวะที่พบบ่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรง หากรู้เท่าทัน ก็สามารถป้องกัน ตรวจพบ และรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม หมั่นสังเกตร่างกายตัวเอง และตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
ทบทวนโดย : พญ.นวรัตน์ พวงโมรา
ศูนย์สุขภาพสตรี
โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์
แพทย์แนะนำ