TH

Bone Check ตรวจก่อนเสี่ยง…โรคกระดูกพรุน

Bone Check ตรวจก่อนเสี่ยง…โรคกระดูกพรุน

Bone Check ตรวจก่อนเสี่ยง…โรคกระดูกพรุน

1. Vitamin D

คือ การตรวจระดับ 25 – HYDROXY -VITAMIN D (25OH) วิตามินดี มีหน้าที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน ซึ่งหากขาดวิตามินดี อาจจะก่อให้เกิดภาวะมวลกระดูกลดลง และอาจก่อให้เกิดโรคกระดูกบาง (Osteopenia) และโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) รวมถึงอาจก่อให้เกิดความบกพร่องทางระบบภูมิคุ้มกันและการเกิดมะเร็ง

ผลการตรวจวัดวิตามินดี (Vitamin D)

  • ระดับวิตามินดีในเลือด น้อยกว่า 20 นาโนกรัม/มิลลิลิตร (หน่วยของวิตามินดี) ถือว่ามีภาวะขาดวิตามินดี
  • ระดับวิตามินดีในเลือด อยู่ในช่วง 20-30 นาโนกรัม/มิลลิลิตร (หน่วยของวิตามินดี)  ถือว่ามีภาวะพร่องวิตามินดี
  • ระดับวิตามินดีในเลือด 30-50 นาโนกรัม/มิลลิลิตร (หน่วยของวิตามินดี) ถือว่ามีระดับวิตามินดีพอเพียง

2. Creatinine

คือ ของเสียชนิดหนึ่งที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานของกล้ามเนื้อในร่างกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อสลาย Creatine และสร้างของเสียเป็น Creatinine แล้วส่งเข้าสู่กระแสเลือด และกรองออกจากร่างกายผ่านทางไต

ซึ่งการตรวจ Creatinine จะเป็นการตรวจวัดระดับของสาร Creatinine ในเลือดหรือปัสสาวะ เพื่อตรวจสอบการทำงานของไต ว่ายังสามารถกรองของเสียออกจากร่างกายได้ดีหรือไม่ ในกรณีที่มีค่าสูง หมายถึง อาจมีภาวะไตทำงานผิดปกติหรือไตเสื่อม

ค่าปกติ :

  • ผู้ชาย : 0.73–1.18 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (หน่วยของค่า Creatinine)
  • ผู้หญิง : 0.55–1.02 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (หน่วยของค่า Creatinine)

3. Calcium (Total Serum Calcium)

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุจำเป็นที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของเรา โดยประมาณ 99% ของแคลเซียมในร่างกายจะอยู่ในกระดูกและฟัน ช่วยให้กระดูกแข็งแรง อีก 1% ที่เหลือจะอยู่ในกระแสเลือด ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมกระบวนการสำคัญหลายอย่าง เช่น การหดตัวของกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ และการส่งสัญญาณของระบบประสาท

เนื่องจากแคลเซียมในเลือดต้องมีความสมดุล ร่างกายจึงต้องอาศัยฮอร์โมนหลายชนิดในการควบคุม หากระดับแคลเซียมในเลือดผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกายได้อย่างมาก

ร่างกายไม่สามารถสร้างแคลเซียมเองได้ เราจึงต้องได้รับแคลเซียมจากอาหาร เช่น นม ผักใบเขียว และอาหารเสริม หลังจากย่อยอาหาร แคลเซียมจะถูกดูดซึมในลำไส้เล็ก แต่ดูดซึมได้เพียง 20–25% เท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางอุจจาระ

ค่าปกติ : 8.5–10.5 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (หน่วยของค่า Calcium)

4. Phosphorus (Serum Phosphate)

ฟอสฟอรัส เป็นแร่ธาตุหรือเกลือแร่ชนิดหนึ่ง ที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายทำงานได้ปกติส่วนใหญ่จะเก็บอยู่ที่กระดูกและฟัน ช่วยในการควบคุมระบบประสาทและกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ กระดูกฟัน 89% กล้ามเนื้อ 10% อวัยวะภายใน 4% และเลือด 1%

หน้าที่ของฟอสฟอรัส

  • ทำงานร่วมกับแคลเซียมเป็นโครงสร้างของกระดูกและฟัน
  • กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ
  • กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท

ค่าปกติ : ผู้ใหญ่ 2.5–4.5 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (หน่วยของค่า Phosphorus)

5. Parathyroid (PTH – Parathyroid Hormone)

ความหมาย : ฮอร์โมนจากต่อมพาราไทรอยด์ในลำคอ ช่วยควบคุมระดับแคลเซียมในเลือดโดยส่งเสริมการคืนแคลเซียมจากกระดูก เสริมการดูดซึมจากลำไส้ และลดการขับแคลเซียมทางปัสสาวะ

ความสำคัญ : หากระดับสูง อาจเป็นภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperparathyroidism) หากต่ำ อาจเกิดจากต่อมไม่ทำงาน (Hypoparathyroidism) ส่งผลต่อระดับแคลเซียมและสุขภาพกระดูก

ค่าปกติ : ประมาณ 10–55 หรือ 10–65 พิโกกรัมต่อมิลลิลิตร (หน่วยของค่า Parathyroid Hormone)

6. การตรวจมวลกระดูก BMD (Bone minineral density)

จะใช้เครื่องตรวจที่เรียกว่า Bone densitometer ซึ่งเป็นเครื่องมือการตรวจทางรังสีชนิดหนึ่ง เครื่อง Bone densitometer มีหลายแบบ  แต่ที่นิยมใช้คือแบบที่เรียกว่า Dual energy X-ray bsorptiometry scanner หรือ DEXA scanner  ตำแหน่งที่ตรวจ คือ บริเวณกระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และบริเวณข้อมือ การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก เป็นการตรวจที่สะดวกและง่าย  ไม่ต้องมีการเตรียมตัวหรืองดน้ำและอาหารแต่อย่างใด   การตรวจนี้ผู้ป่วยจะได้รับรังสีปริมาณเพียงเล็กน้อย  ใช้เวลาการตรวจประมาณ 5-10 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนบริเวณที่ต้องการตรวจ

ข้อบ่งชี้

1. ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป

2. ผู้ชายที่มีอายุน้อยกว่า 70 ปี, สตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี และมีปัจจัยเสี่ยงต่อการมีมวลกระดูกต่ำ เช่น น้ำหนักตัวน้อย (มีดัชนีมวลกายน้อยกว่า 19 กิโลกรัม/ตารางเมตร) มีประวัติกระดูกหัก รับประทานยาบางชนิดที่ทำให้มวลกระดูกลดลง เช่น PREDNISOLONE 5 mg/วันขึ้นไปมากกว่า 3 เดือน และเป็นโรคหรือภาวะที่ทำให้มวลกระดูกลดลง

3. คนที่มีประวัติกระดูกเปราะและหักง่าย

4. ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี/ผู้หญิงที่ถูกตัดรังไข่ทั้ง 2 ข้าง

5. คนที่มีโรคหรือภาวะที่ทำให้มวลกระดูกลดลง เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกินไป เป็นต้น

6. ผู้ป่วยที่แพทย์จะเริ่มให้ยาเพื่อการรักษาภาวะกระดูกพรุน

7. ผู้ป่วยที่แพทย์ต้องการติดตามผลการรักษา หลังจากให้ยาเพื่อรักษาภาวะกระดูกพรุน ในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยารักษาภาวะกระดูกพรุน ควรเข้ารับการตรวจตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกซ้ำทุก 1-2 ปี เพื่อประเมินการตอบสนองต่อการรักษา

การแปลผล

ค่า T score มากกว่า -1 = ความหนาแน่นกระดูกปกติ (Normal bone)

ค่า T score ที่อยู่ต่ำกว่า -1 แต่สูงกว่า -2.5 = กระดูกบาง (Osteopenia)

ค่า T score ต่ำกว่า -2.5 = โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)

หมายเหตุ T-score คือค่าที่ใช้ในการประเมินความหนาแน่นของมวลกระดูก (BMD) โดยเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของคนหนุ่มสาวที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีเพศเดียวกัน

7. Prolia 60 มิลลิกรัม

กลไกการออกฤทธิ์ เป็นแอนติบอดีที่ยับยั้ง RANKL(Receptor Activator of Nuclear factor -kB Ligand) คือโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของเซลล์สลายกระดูก (Osteoclast)

รูปแบบยา: ยาฉีดใต้ผิวหนัง ปีละ 2 ครั้ง (ทุก 6 เดือน)

ข้อบ่งใช้ :

  • รักษาโรคกระดูกพรุนในสตรีวัยหมดประจำเดือน
  • โรคกระดูกพรุนในผู้ชายและผู้หญิงที่มีความเสี่ยงกระดูกหักสูง
  • ผู้ที่สูญเสียมวลกระดูกจากการใช้ยาสเตียรอยด์ระยะยาว
  • ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งต่อมลูกหมากที่ได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมน

การใช้ยา

  • ขนาด 60 มิลลิกรัม ฉีดใต้ผิวหนัง ทุก 6 เดือน ระยะเวลาจนกว่าแพทย์จะแนะนำให้หยุด
  • ควรได้รับแคลเซียมและวิตามินดีเสริมร่วมด้วย

ข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ในผู้ที่มีแคลเซียมในเลือดต่ำ
  • ปรึกษาแพทย์ หากต้องการจะทำการถอนฟัน หรือผ่าตัดใส่รากฟันเทียม
  • ห้ามหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะเสี่ยงกระดูกสันหลังหักหลายแห่ง

ผลข้างเคียงที่อาจพบ

  • ปวดข้อ/กล้ามเนื้อ
  • แคลเซียมต่ำในเลือด
  • การติดเชื้อที่ผิวหนัง
  • กระดูกขากรรไกรตาย (พบได้น้อยมาก)
  • กระดูกต้นขาหักแบบผิดปกติ
  • ผมร่วง
  • ผื่นแพ้

ทบทวนโดย : นพ.ธานินทร์ สันธนะวนิช

หัวหน้าแพทย์ศูนย์กระดูกไขข้อ และกล้ามเนื้อ

โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

แพทย์แนะนำ

นพ.ธานินทร์ สันธนะวนิช
นพ.ธานินทร์ สันธนะวนิช
ศูนย์บริการทางการแพทย์ ศูนย์กระดูก ไขข้อ และกล้ามเนื้อ
การรักษาและการบริการ ศัลยกรรมกระดูกข้อสะโพกเทียม
ข้อมูลแพทย์

มั่นใจ..กับการวินิจฉัยที่ตรงจุด

โดยแพทย์และทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม