แคลเซี่ยมไม่ได้มีแค่ .. นม
แคลเซี่ยมไม่ได้มีแค่ .. นม
แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย มีมากถึง 55% ใช้ในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด การทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทอีกด้วย ซึ่งหากได้รับไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซียมที่สะสมไว้ในกระดูกออกมาใช้ ทำให้กระดูกบางและเปราะได้ มีโอกาสที่จะเกิดโรคกระดูกพรุนมากขึ้น โดยพบมากในผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารไม่เพียงต่อความต้องการของร่างกาย
ธัญพืช ที่ประกอบด้วยแคลเซียมมากที่สุด 5 อันดับแรกจากปริมาณ 100 กรัม ได้แก่
นอกจากนมแล้ว ยังมีแคลเซี่ยมอยู่ที่ไหนบ้าง
- สาคูเม็ดเล็ก มีแคลเซียม 130 มิลลิกรัม
- บะหมี่สด มีแคลเซียม 78 มิลลิกรัม
- ปลายข้าวเจ้า มีแคลเซียม 55 มิลลิกรัม
- จมูกข้าวสาลีอบ มีแคลเซียม 54 มิลลิกรัม
- ข้าวโอ๊ต มีแคลเซียม 43 มิลลิกรัม
รากและหัวของพืช ที่ประกอบด้วยแคลเซียมมากที่สุด 5 อันดับแรกจากปริมาณ 100 กรัม ได้แก่
- หัวผักกาดแห้งชนิดเค็ม มีแคลเซียม 118 มิลลิกรัม
- มันเทศสีเหลือง มีแคลเซียม 98 มิลลิกรัม
- เผือกและแป้งมันสำปะหลัง มีแคลเซียม 84 มิลลิกรัม
- หัวผักกาดแห้งชนิดหวาน มีแคลเซียม 81 มิลลิกรัม
- หัวผักกาดและหัวไชเท้าสด มีแคลเซียม 43 มิลลิกรัม
ถั่ว เมล็ดพืช และผลไม้เปลือกแข็ง ที่ประกอบด้วยแคลเซียมมากที่สุด 5 อันดับแรกจากปริมาณ 100 กรัม ได้แก่
- งาดำอบ มีแคลเซียม 1,469 มิลลิกรัม
- งาดำดิบ มีแคลเซียม 1,228 มิลลิกรัม
- งาขี้ม้อนดิบ มีแคลเซียม 442 มิลลิกรัม
- ถั่วเน่าแห้ง มีแคลเซียม 292 มิลลิกรัม
- ถั่วเหลืองดิบ มีแคลเซียม 245 มิลลิกรัม
ผัก ที่ประกอบด้วยแคลเซียมมากที่สุด 5 อันดับแรกจากปริมาณ 100 กรัม ได้แก่
- ใบชะพลู มีแคลเซียม 601 มิลลิกรัม
- ผักแพว มีแคลเซียม 573 มิลลิกรัม
- ใบยอ มีแคลเซียม 469 มิลลิกรัม
- มะขามฝักอ่อน มีแคลเซียม 429 มิลลิกรัม
- ผักกะเฉด มีแคลเซียม 387 มิลลิกรัม
ผลไม้ ที่ประกอบด้วยแคลเซียมมากที่สุด 5 อันดับแรกจากปริมาณ 100 กรัม ได้แก่
- มะขามหวาน มีแคลเซียม 141 มิลลิกรัม
- ทุเรียนกวนพันธุ์ก้านยาว มีแคลเซียม 93 มิลลิกรัม
- มะขามเทศชนิดมัน มีแคลเซียม 53 มิลลิกรัม
- เสาวรส มีแคลเซียม 45 มิลลิกรัม
- ลูกหว้า มีแคลเซียม 41 มิลลิกรัม
สัตว์น้ำ ที่ประกอบด้วยแคลเซียมมากที่สุด 5 อันดับแรกจากปริมาณ 100 กรัม ได้แก่
- ปูกะตอยทอดกรอบ มีแคลเซียม 3,824 มิลลิกรัม
- กุ้งแห้งตัวเล็ก มีแคลเซียม 2,305 มิลลิกรัม
- ปลาร้าผง มีแคลเซียม 2,392 มิลลิกรัม
- ปลาลิ้นหมาแบบแห้ง มีแคลเซียม 1,913 มิลลิกรัม
- หอยจูน มีแคลเซียม 1,280 มิลลิกรัม
ไข่ ที่ประกอบด้วยแคลเซียมมากที่สุดจากปริมาณ 100 กรัม ได้แก่
- ไข่เป็ด มีแคลเซียม 156 มิลลิกรัม
- ไข่นกกระทา มีแคลเซียม 153 มิลลิกรัม
- ไข่ไก่ มีแคลเซียม 126 มิลลิกรัม
เครื่องเทศและเครื่องปรุงรส ที่ประกอบด้วยแคลเซียมมากที่สุด 5 อันดับแรกจากปริมาณ 100 กรัม ได้แก่
- ใบมะกรูด มีแคลเซียม 1,672 มิลลิกรัม
- ลูกผักชี มีแคลเซียม 512 มิลลิกรัม
- ใบโหระพา มีแคลเซียม 336 มิลลิกรัม
- ผิวมะกรูด มีแคลเซียม 138 มิลลิกรัม
- ดอกจันทน์ มีแคลเซียม 138 มิลลิกรัม
แคลเซียม มีประโยชน์อย่างไร
1. แคลเซียมบำรุงกระดูก มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความสูง
ประมาณ 99% ของแคลเซียมในร่างกายมนุษย์อยู่ในกระดูกและฟัน แคลเซียมจำเป็นต่อการพัฒนา การเจริญเติบโต และการบำรุงกระดูก เมื่อเด็กโตขึ้น แคลเซียมมีส่วนช่วยในการพัฒนากระดูก หลังจากที่เราหยุดการเจริญเติบโต แคลเซียมยังคงช่วยรักษากระดูกและชะลอการสูญเสียความหนาแน่นของมวลกระดูก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการชราตามธรรมชาติ ผู้หญิงที่ผ่านวัยหมดประจำเดือนไปแล้วสามารถสูญเสียความหนาแน่นของมวลกระดูกในอัตราที่สูงกว่าผู้ชายหรือหญิงที่อายุน้อยกว่า ทำให้คนเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน และแพทย์อาจแนะนำให้เสริมแคลเซียม
2. การหดตัวของกล้ามเนื้อ
แคลเซียมช่วยควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อเส้นประสาทถูกกระตุ้น ร่างกายจะปลดปล่อยแคลเซียมออกมา แคลเซียมจะทำให้โปรตีนในกล้ามเนื้อหดตัว เมื่อร่างกายขับแคลเซียมออกจากกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะคลายตัว
3. เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือด
แคลเซียมมีบทบาทสำคัญในการแข็งตัวของเลือด กระบวนการแข็งตัวของเลือดมีความซับซ้อนและมีหลายขั้นตอนซึ่งเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีหลายชนิดรวมถึงแคลเซียม แคลเซียมมีบทบาทในการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ แคลเซียมช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบที่ล้อมรอบหลอดเลือด การศึกษาหลายชิ้นระบุความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างการบริโภคแคลเซียมสูงกับความดันโลหิตที่ลดลง วิตามินดีก็สำคัญต่อกระดูกเช่นกัน และช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม
แคลเซียมเป็นปัจจัยร่วมของเอนไซม์หลายชนิด หากไม่มีแคลเซียม เอ็นไซม์หลักบางตัวจะทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ การศึกษายังชี้ให้เห็นว่าการบริโภคแคลเซียมที่เพียงพอจะทำให้…
- ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูงในระหว่างตั้งครรภ์
- ลดความดันโลหิตในคนหนุ่มสาว
- ลดความดันโลหิตในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
- ช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลดีขึ้น
- ลดความเสี่ยงเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็งในลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
ทบทวนโดย : ศูนย์อายุรกรรม
โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์