TH

เช็กก่อนสาย! “หินปูนในหลอดเลือดหัวใจ” ภัยเงียบไร้อาการที่ตรวจพบได้ด้วย CT Calcium Score

เช็กก่อนสาย! “หินปูนในหลอดเลือดหัวใจ” ภัยเงียบไร้อาการที่ตรวจพบได้ด้วย CT Calcium Score

เช็กก่อนสาย! “หินปูนในหลอดเลือดหัวใจ” ภัยเงียบไร้อาการที่ตรวจพบได้ด้วย CT Calcium Score

การตรวจแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score) เป็นการตรวจคัดกรองเพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) แบบไม่ฉีดสี ตรวจวัดปริมาณแคลเซียมที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและหลอดเลือดหัวใจตีบ

การมีแคลเซียมสะสม (calcified plaque) สะท้อนถึงกระบวนการสะสมของไขมันและการอักเสบในผนังหลอดเลือดที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน โดยปริมาณแคลเซียมที่ตรวจพบสามารถนำมาใช้คำนวณเป็น “คะแนนแคลเซียม (Calcium Score)” เพื่อประเมินโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต แม้ในผู้ที่ยังไม่มีอาการผิดปกติ

ความสำคัญของการตรวจ

โรคหลอดเลือดหัวใจมักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่สามารถนำไปสู่ภาวะรุนแรง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือหัวใจวายได้ การตรวจ CT Calcium Score จึงมีบทบาทสำคัญในเวชศาสตร์ป้องกัน ช่วยให้สามารถ

  • ประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • วางแผนการรักษาและป้องกันได้อย่างเหมาะสม
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว

ปัจจัยเสี่ยงที่เร่งการเกิดหินปูน ได้แก่

  • อายุมากขึ้น
  • ภาวะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น หญิงวัยหมดประจำเดือน
  • โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน เป็นต้น
  • พฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ทานอาหารไขมันสูง วิถีชีวิตประจำวันที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย

สาเหตุของการเกิดแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ

การสะสมของแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจมีกระบวนการเกิดจากสาเหตุ ดังนี้

  • การสะสมของไขมันเลว (LDL) และคอเลสเตอรอลในผนังหลอดเลือด
  • กระบวนการอักเสบเรื้อรังของหลอดเลือด ทำให้กลายเป็นราบไขมันแบบนิ่ม ซึ่งไม่เสถียรและแตกง่าย เมื่อเวลาผ่านไปคราบไขมัน และการอักเสบเรื้อรัง ทำให้แคลเซียม (หินปูน) มาพอกทับคราบไขมันจนกลายเป็นแผ่นแผ่นหินปูนที่แข็งตัว เพื่อเพิ่มความแข็งแรง และทำให้ครบไขมันเสถียรขึ้น

ใครบ้างที่ควรตรวจ

  • ผู้ที่มีอายุ 40-75 ปี และมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจอยู่ระดับก่ำกึ่งถึงปานกลาง
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ เช่น
  • โรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคตเรื้อรั โรคอักเสบเรื้อรัง
  • ไขมันในเลือดสูง หรือไขมันบางชนิดผิดปกติ เช่น Lp(a) หรือ ApoBสูง
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน โรคอ้วน หรืออ้วนลงพุง
  • ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย หรือมีวิถีชีวิตประจำวันที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย
  • สตรีวัยหมดประจำเดือน
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก่อนวัยอันควร บิดาหรือพี่ชายเป็นโรคหัวใจก่อนอายุ 55 ปี มารดาหรือพี่สาวเป็นโรคหัวใจก่อนอายุ 65 ปี

การแปลผล Calcium Score

ค่าคะแนนแคลเซียมมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ดังนี้:

  • 0 คะแนน: ไม่พบแคลเซียมหรือหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบหรืออุดตันในระยะใกล้อยู่ในระดับต่ำ แต่อาจจะต้องระวังหากมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วม เชน สูบบุหรี่ เบาหวาน มีประวัติครอบครัว
  • 1–99 คะแนน: มีแคลเซียมเล็กน้อยหรือเริ่มมีหินปูนในหลอดเลือดเล็กน้อย ความเสี่ยงน้อยต่อการเิโรคหลอดเลืดดงหรือหัวใจตีบหรืออุดตัน หรือกล้าเนื้อหัวใจขาดเลือดฉับพลัน
  • ≥100–400 คะแนน: มีแคลเซียมปานกลางหรือมีหินปูนในหลอดลือดหัวใจปานกลาง ความเสี่ยงปานกลางต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบหรืออุดตันหรือกล้มเนื้อหัวใจขาดลือดฉับพลัน (Heart attack)
  • ≥300 หรือ ≥400 คะแนน: มีแคลเซียมสูง ความเสี่ยงสูงมาก อาจมีหลอดเลือดตีบแฝง
  • แพทย์จะนำผลคะแนนร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เพื่อประเมินและวางแผนการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

ขั้นตอนและการเตรียมตัวก่อนตรวจ

การเตรียมตัว

  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และการแพ้ยา
  • งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ
  • งดสูบบุหรี่ก่อนตรวจอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
  • ถอดเครื่องประดับบริเวณทรวงอก

ขั้นตอนการตรวจ

  • ใช้เวลาเพียงประมาณ 10–15 นาที
  • ไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี
  • ไม่ต้องใส่สายสวนหัวใจ
  • ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

ข้อดีของการตรวจ

  • ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด
  • ใช้เวลาตรวจสั้น รู้ผลรวดเร็ว
  • มีความแม่นยำสูงในการประเมินความเสี่ยง
  • ช่วยวางแผนการป้องกันและรักษาได้อย่างเหมาะสม
  • สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ก่อนเกิดอาการ
  • ช่วยประกอบการพิจารณรเริ่มยารักษาไขมัน

แนวทางการดูแลเมื่อพบค่าแคลเซียมสูง

  • การใช้ยาลดไขมัน เช่น กลุ่ม Statins
  • การควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  • การปรับพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่
    • รับประทานอาหารไขมันต่ำ เพิ่มผักและผลไม้
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
    • เลิกสูบบุหรี่
    • ควบคุมน้ำหนัก
    • ลดความเครียด
  • การตรวจเพิ่มเติม เช่น
    • การทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test)
    • CTA coronary artery
    • Cardiac MRI with stress test

การตรวจ CT Calcium Score เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจในระยะเริ่มต้น ช่วยให้สามารถวางแผนป้องกันและดูแลสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในผู้ที่ยังไม่มีอาการ การตรวจนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือผู้ที่ต้องการประเมินสุขภาพหัวใจเชิงป้องกัน

ทบทวนโดย : พญ.ธิดานันท์ วณิชอนันตกุล

สถาบันหัวใจ 

โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

แพทย์แนะนำ

พญ.ธิดานันท์  วณิชอนันตกุล
พญ.ธิดานันท์ วณิชอนันตกุล
ศูนย์บริการทางการแพทย์ สถาบันหัวใจ
การรักษาและการบริการ อายุรศาสตร์โรคหัวใจ และหลอดเลือด, การตรวจภาพวินิจฉัยโรคหัวใจและหลอดเลือด
ข้อมูลแพทย์

มั่นใจ..กับการวินิจฉัยที่ตรงจุด

โดยแพทย์และทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม