ผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์
ผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์
ปัจจุบันได้มีการนำหุ่นยนต์มาช่วยในการผ่าตัดรักษาโรคในหลายอวัยวะ รวมถึงโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นวิธีที่ทั่วโลกยอมรับว่าการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ในการผ่าตัดที่ดีกว่าการผ่าตัดด้วยวิธีอื่น การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดหรือที่เรียกว่า Robotic assisted laparoscopic prostatectomy เป็นเพียงแค่การใช้เทคโนโลยีของเครื่องจักรกล ระบบคอมพิวเตอร์ และการขยายภาพสามมิติ มารวมกันเพื่อช่วยให้การผ่าตัดแม่นยำมากขึ้น โดยต้องใช้ศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เป็นผู้ดำเนินการผ่าตัด ซึ่งหุ่นยนต์จะเป็นเพียงอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ช่วยศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดให้ได้ผลที่ดีขึ้น
เทคโนโลยี “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” (Robotic-assisted laparoscopic prostatectomy ) ทำงานอย่างไร?
เป็นการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเป็นรูปแบบหนึ่งของการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ที่ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดในบริเวณที่ซับซ้อนและเข้าถึงยากได้ ระบบของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชีมีองค์ประกอบหลัก ๆ ดังนี้คือ
- กล้องที่ให้ภาพขยายแบบ 3 มิติที่มีความลึกและคมชัด ศัลยแพทย์จึงสามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆ ของอวัยวะภายในร่างกาย รวมถึงเนื้อเยื่อและเส้นประสาทได้อย่างชัดเจน
- ชุดควบคุมหรือสั่งการ (console) เป็นตำแหน่งที่ศัลยแพทย์นั่งควบคุมการผ่าตัดผ่านจอภาพ 3 มิติ โดยที่นั่งได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการทำงานของศัลยแพทย์ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของศัลยแพทย์ได้มาก
- มือกล (wristed instruments) สามารถหมุนและโค้งงอเครื่องมือได้ถึงเจ็ดทิศทาง ขณะที่เครื่องมือในการผ่าตัดส่องกล้องธรรมดาสามารถหมุนได้เพียงสี่ทิศทาง จึงให้การเคลื่อนไหวอิสระมากกว่ามือมนุษย์ ทั้งยังมีความแม่นยำอย่างมากเนื่องจากมีการตรวจจับความสั่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
- เตียงผู้ป่วยออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้เข้ากันกับการทำงานของระบบดาวินชีโดยเฉพาะ การนำเครื่องมือต่างๆ เข้าสู่ร่างกายนั้นจะทำผ่านรูเล็กๆ ที่เจาะเข้าทางหน้าท้อง โดยศัลยแพทย์จะนั่งประจำที่ console เพื่อทำการผ่าตัดผ่านจอภาพ 3 มิติ ซึ่งระบบจะถ่ายทอดสัญญาณการเคลื่อนไหวจากมือศัลยแพทย์ไปยังแขนกลขนาดจิ๋วที่กำลังผ่าตัดอยู่ภายในร่างกายของผู้ป่วย
ข้อดีของการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์: เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และแม่นยำกว่า
- ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมสามารถผ่าตัดบริเวณที่ซับซ้อน เข้าถึงยากและมีความคล่องตัวมากขึ้น เนื่องจากแขนของหุ่นยนต์สามารถงอและหมุนได้มากกว่าข้อมือของมนุษย์และมีขนาดเล็กมาก ทำให้การเย็บ การตัด การเลาะในส่วนที่ลึกหรือมุมอับดีกว่า
- การผ่าตัดมีความแม่นยำขึ้น ปลอดภัย ช่วยลดการเกิดอันตรายต่อเส้นเลือดและเส้นประสาทใกล้เคียง เนื่องจากศัลยแพทย์สามารถมองเห็นภาพอวัยวะภายในได้อย่างชัดเจนผ่านหน้าจอ 3 มิติ ที่มีกำลังขยายภาพผ่าตัดถึง 10 – 15 เท่า
- ลดโอกาสการบาดเจ็บต่ออวัยวะข้างเคียง เพราะหุ่นยนต์ช่วยควบคุมไม่ให้เกิดการสั่นไหวของเครื่องมือที่อยู่ภายในตัวผู้ป่วยระหว่างผ่าตัดได้
- การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเป็นรูปแบบหนึ่งของการผ่าตัดแบบแผลเล็ก จึงทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็วขึ้นและเจ็บแผลน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
- ใช้เวลาพักฟื้นในรพ. น้อย สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติได้รวดเร็วขึ้น
- การกลั้นปัสสาวะและการแข็งตัวของอวัยวะเพศจะมีผลกระทบน้อยกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม
อาการแทรกซ้อนที่อาจพบได้หลังการผ่าตัด
การผ่าตัดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้เช่นเดียวกับการผ่าตัดแบบเปิดและการผ่าตัดแบบส่องกล้อง แต่มีโอกาสในการเกิดอาการแทรกซ้อนต่างๆ เหล่านี้น้อยกว่า ขึ้นอยู่กับสภาพของผู้ป่วย โรคและระดับความรุนแรงของโรค
- มีเลือดออกมากเกิน
- ติดเชื้อ
- เนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียงเสียหาย
- การกลั้นปัสสาวะและการแข็งตัวของอวัยวะเพศในระยะเริ่มต้นหลังผ่าตัดซึ่งมักจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
ทั้งนี้ แพทย์จะพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดและอธิบายถึงความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเป็นรายบุคคล
การเตรียมตัวและการดูแลหลังการผ่าตัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
แพทย์จะประเมินสภาพร่างกายของผู้ป่วยก่อนผ่าตัด โดยประเมินข้อมูลจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเช่นเดียวกับการผ่าตัดด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อดูความพร้อมทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย
การเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการให้ยาระงับความรู้สึก การดูแลหลังผ่าตัดและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นจึงเป็นการเตรียมสภาพร่างกายผู้ป่วย การให้ผู้ป่วยงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด และการให้ยาต้านจุลชีพเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด
โดยปกติผู้ป่วยจะใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 2-3 วัน และสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันตามปกติได้ ส่วนการปฏิบัติตัวอื่นๆ แพทย์จะอธิบายให้ทราบโดยละเอียดซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับภาวะความเจ็บป่วยของผู้ป่วยแต่ละราย
ทบทวนโดย : นพ.ทองตรา วัชระวิทยากุล
ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ
โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์