CBC บอกอะไร
การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ (Complete Blood Count : CBC) “การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์” ที่บอกว่า “อย่างสมบูรณ์” เพราะตรวจนับทุกองค์ประกอบของเลือด(เม็ดเลือด) คือดูเม็ดเลือดทุกชนิดในเลือด ทั้งเม็ดเลือดแดง, เม็ดเลือดขาว, เกร็ดเลือด ไม่เฉพาะจำนวนเท่านั้น ยังดูถึงขนาด, รูปร่าง, การติดสี การเรียงตัว ฯลฯ ซึ่งข้อมูลต่างๆเหล่านี้จะนำไปใช้วิเคราะห์วินิจฉัยโรคต่างๆต่อไป
CBC ตรวจอะไรบ้าง?
1. ความเข้มข้นของเลือด
ภาษาอังกฤษคือ Hematocrit คือสัดส่วนของเซลล์เม็ดเลือดแดงที่อัดแน่นเทียบกับปริมาตรของเลือดทั้งหมด ค่านี้จะแสดงภาวะโลหิตจางหรือความข้นของเลือด โดยผู้ที่ประสบภาวะช็อค ขาดน้ำอย่างรุนแรง หรือมีจำนวนเม็ดเลือดเพิ่มขึ้น จะมีค่าฮีมาโตคริตสูง ส่วนผู้ที่ประสบภาวะโลหิตจาง ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือด หรือมีเลือดออกรุนแรง จะมีค่าฮีมาโตคริตต่ำ
2. ปริมาณฮีโมลโกลบิน (Hemoglobin)
เป็นสารที่มีความสำคัญในการขนถ่ายออกซิเจนไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย จะช่วยวัดจำนวนฮีโมโกลบินที่มีในเลือด รวมทั้งวัดประสิทธิภาพของร่างกายในการลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่าง ๆ ผู้ที่มีค่าฮีโมโกลบินลดลง อาจเกิดจากการเสียเลือด ขาดสารอาหาร หรือภาวะโลหิตจาง
3.ปริมาณเม็ดเลือดขาวและสัดส่วนของเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ เช่น
- เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโตรฟิล(Neutrophil) บางคนเรียกว่าเซลล์จับกินแบคทีเรีย ก็พอเรียดได้ เพราะเม็ดเลือดขาวชนิดนี้จะขึ้นสูงในเวลาที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่มันเป็นการบอกเฉพาะหน้าที่เพียงส่วนหนึ่งของเม็ดเลือดขาวชนิดนี้เท่านั้น ในที่นี้จึงขอใช้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษไปเลยจะดีกว่านะครับ
- เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟซัยต์ (Lymphocyte) เช่นเดียวกัน บางคนก็เรียกว่าเซลล์ต่อต้านไวรัส ด้วยเหตุเดียวกับที่อธิบายข้างต้น
- เม็ดเลือดขาวชนิดอีโอสิโนฟิล (Eosinophil) บางคนก็เรียกเซลล์บ่งภูมิแพ้
- เม็ดเลือดขาวชนิดเบโซฟิล(Basophil)
- เม็ดเลือดขาวชนิดโมโนซัยต์( Monocyte) บางคนเรียกเซลล์จับกินเซลล์ที่ตายแล้ว
4. ปริมาณเกร็ดเลือด
บอกถึงความสามารถของการแข็งตัวของเลือดได้ หากร่างกายได้รับบาดเจ็บจนเลือดออก เกล็ดเลือดจะพองและจับตัวกันจนมีลักษณะเหนียว เพื่อช่วยหยุดเลือดที่ไหลออกมา ผู้ที่มีเกล็ดเลือดต่ำเกินไปจะห้ามเลือดให้หยุดไหลไม่ได้ ส่วนผู้ที่มีเกล็ดเลือดสูงเกินไปจะเสี่ยงเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด
5. ลักษณะการติดสีและรูปร่างของเม็ดเลือดชนิดต่างๆ
ซึ่งจะมีลักษณะเฉพาะตัว เช่น เม็ดเลือดแดงที่มีขนาดเล็กและติดสีจาง มักพบในผู้ที่มีโลหิตจางจากการรับประทานธาตุเหล็กไม่เพียงพอ (Iron Deficiency Anemia) เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีค่าอื่นๆอีกรวมแล้วไม่น้อยกว่า 10 ค่า ค่าต่างๆเหล่านี้อาจมีบางค่าสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ย หรือตำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยได้บ้าง ซึ่งแพทย์จะพิจารณาความสัมพันธ์ของค่าดังกล่าวนี้แล้วสรุปว่าปกติหรือไม่ หรือเป็นโรคอะไร
การตรวจ CBC จะบอกอะไรบ้าง
- ใช้เพื่อประกอบการวินิจฉัยภาวะโลหิตจางแบบต่างๆ หรือตรวจเพิ่มเติมเมื่อมีอาการอ่อนเพลีย มีไข้ จ้ำเลือดตามร่างกาย หรือรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ
- ใช้ตรวจความผิดปกติหรือความบกพร่องใดๆซึ่งเกี่ยวข้องกับรูปร่าง ขนาด และจำนวนของเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งความผิดปกติหรือความบกพร่องเพียงชนิดใดชนิดหนึ่งซึ่งติดตัวมาจากกรรมพันธุ์ ก็เพียงพอต่อการก่ออาการของโรคที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) การตรวจหา CBC ย่อมทำให้ทราบก่อนวิธีอื่น
- ใช้ตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เม็ดเลือดในกรณีที่ได้รับสารกัมมันตรังสี หรือสารประกอบปิโตรเลียม ซึ่งส่งผลต่อเซลล์เม็ดเลือด ทั้งเม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาว
- ในกรณีร่างกายได้รับเชื้อโรคจากภายนอกร่างกาย ก็จะมีผลทำให้จำนวนและชนิดของเซลล์เม็ดเลือดมีการเปลี่ยนแปลงผิดไปจากเดิม
- ใช้ติดตามการรักษาในกรณีร่างกายได้รับยา เช่น เคมีบำบัด (chemotherapy) เพื่อรักษาโรคมะเร็งย่อมมีผลอาจทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (lymphocytes) ลดจำนวนลงต่ำกว่าระดับปกติก็ได้
- เพื่อสรุปว่าเซลล์เม็ดเลือดอาจใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงความปกติของร่างกายได้ส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม แม้สภาวะโดยทั่วไปของเซลล์เม็ดเลือดทุกชนิดดี แต่หากมีสารชีวเคมีที่ปะปนมาในเลือดซึ่งไม่อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็อาจบ่งชี้ว่าเจ้าของร่างกายกำลังเริ่มมีสุขภาพย่ำแย่ก็ได้
ทบทวนโดย : ศูนย์อายุรกรรม
โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์