ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน กับ ส่วนล่าง ต่างกันอย่างไร?
โรคระบบทางเดินหายใจ
เกิดจากการติดเชื้อโรคของระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่จมูก คอ หลอดลมไปจนถึงปอด เชื้อที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่จากเชื้อไวรัส ได้แก่ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก และซาร์ส เป็นต้น การติดเชื้อจากแบคทีเรีย ได้แก่ ปอดบวม และวัณโรค เป็นต้น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ที่เกิดขึ้นได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ บางคนอาจเป็นปีละหลายครั้ง เช่น โรคหวัด สามารถหายได้เองโดยการดูแลสุขภาพตนเองอย่างถูกต้อง
โรคระบบทางเดินหายใจ แบ่งออกได้เป็นหลายกลุ่ม เช่น โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน หมายถึง การติดเชื้อตั้งแต่ช่องจมูกจนถึงเหนือกล่องเสียง เช่น ไข้หวัด คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ
โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง หมายถึง การติดเชื้อตั้งแต่หลอดลมจนถึงถุงลมในปอด เช่น หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ เกิดได้ทั้งจากเชื้อโรคทั่วไป และเชื้อไวรัส และปัจจุบันมีการตรวจพบวัณโรคมากขึ้นด้วย
โรคระบบทางเดินหายใจอาจมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง
- การติดเชื้อต่าง ๆ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หรือโปรตัวซัว อาทิ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ปอดบวม และวัณโรค เป็นต้น
- อาการแพ้ หรือได้รับสารระคายเคืองบางอย่าง เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด
- พฤติกรรมการสูบบุหรี่ และใช้สารเสพติดผ่านระบบหายใจ เช่น ดมกาว หรือทินเนอร์
- การประกอบอาชีพที่ต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละออง และควัน มลพิษ สารพิษ หรือสารเคมีเป็นเวลานาน
- อาการเจ็บป่วยในร่างกาย เช่น การเกิดเนื้องอก หรือมะเร็ง
- อุบัติเหตุหนักที่ทำให้เกิดแรงกระแทกอย่างแรงในระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอดทะลุ
การติดต่อโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ สามารถติดต่อได้หลายทาง คือ
– การไอ จาม หรือหายใจ รดกัน เชื้อโรคจะปนเปื้อนกับฝอยละอองของเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ฝอยละอองขนาดเล็กจะล่องลอยอยู่ในอากาศ ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดสูดลมหายใจเข้าไปก็จะติดเชื้อได้
– การสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยโดยตรง จากการดูแลใกล้ชิดกับผู้ป่วย
– การสัมผัสกับสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วย เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ ช้อน จาน ชาม ของเล่น หนังสือ ฯลฯ หรือสิ่งสาธารณะที่แปดเปื้อนเชื้อโรค เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ราวโหนรถเมล์ เป็นต้น
โรคระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่จะติดต่อกันได้ผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสสูดดมเอาอากาศที่มีเชื้อโรคเข้าไป เราจึงควรดูแลตัวเองอยู่เสมอด้วยวิธีต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
- หมั่นล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ เช่น ก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ
- ไม่ควรใช้มือที่ไม่สะอาดมาป้ายจมูก หรือตา
- ใช้ผ้า หรือกระดาษทิชชูปิดปาก หรือจมูก เวลาไอ หรือจาม เมื่อใช้เสร็จแล้ว ควรทิ้งในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด
- ไม่ควรใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ จานชาม ช้อนส้อม ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
- เมื่อออกไปในที่สาธารณะ ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง
- ไม่ควรสูบบุหรี่ หรือสูดดมควันบุหรี่ เพราะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การทำงานของปอดเสื่อมสมรรถภาพ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด หรือคลุกคลีกับผู้ติดเชื้อ เช่น ผู้ที่เป็นไข้หวัดหรือปอดอักเสบ
- หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด หรือมีฝุ่นละออง มลพิษ หรือสารเคมีที่เป็นพิษต่าง ๆ
- ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ วัคซีนป้องกันโรคไอพีดี
- สร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น ด้วยการดูแลสุขภาพร่างกาย อาทิ ลดความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และออกกำลังกายอย่างพอเหมาะเป็นประจำ
จะสังเกตเห็นได้ว่า โรคระบบทางเดินหายใจ มักจะมีอาการเบื้องต้นไม่รุนแรงมากนัก ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ป่วยหลายคนละเลยไม่ใส่ใจ จนเกิดเป็นอาการป่วยเรื้อรัง ต้องรักษาตัวเป็นเวลานาน และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ดังนั้นจึงควรดูแลสุขภาพทั้งของตัวเอง และคนรอบข้างให้ดีอยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอแห้ง เจ็บคอ เจ็บหน้าอก ก็ไม่ต้องรอให้สาย ควรรีบไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว
ทบทวนโดย : ศูนย์อายุรกรรม
โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์