รู้ทัน .. ไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza ,flu) เป็น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส influenza ซึ่งมีการแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก ติดต่อด้วยการหายใจเอาละอองฝอยในอากาศที่มีอนุภาคของไวรัสเข้าสู่ทางเดินหายใจจากจมูก สู่คอ และถึงปอดในที่สุด ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ในระดับต่างๆ ตั้งแต่เล็กๆ น้อยๆ หรือ มีภาวะแทรกซ้อนรุ่นแรง ซึ่งในบางรายจะถึงแก่ชีวิตได้
องค์การอนามัยโลกคาดว่า แต่ละปีมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกประมาณ 1,000 ล้านคน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 500,000 คน หรือ ทุกๆ 2,000 คนที่ป่วยเป็นโรคนี้ จะเสียชีวิต 1 คน
กลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่รุนแรง
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากไข้หวัดใหญ่มากกว่าประชากรกลุ่มอื่นๆ ได้แก่
ㆍ กลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ และภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด 2 สัปดาห์ เด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 40 ขึ้นไป ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ โรคไต โรคตับ หรือ โรคเลือด เป็นต้น
ㆍ บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะต้องสัมผัสกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ และยังมีส่วนในการกระจายโรคดังกล่าว
ระยะเวลาแพร่เชื้อ ตั้งแต่ได้รับเชื้อจนเริ่มมีอาการที่เรียกว่า ระยะฟักตัว ของโรคไข้หวัดใหญ่ จะประมาณ 2 วัน แต่อยู่ระหว่าง 1 – 4 วัน หลังได้รับเชื้อแล้ว และมักจะมีอาการอยู่ 5 – 7 วัน ซึ่งเชื้อสามารถแพร่กระจายได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนเริ่มมีอาการ จนกระทั่งหายเป็นปกติแล้ว
เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่
ปัจจุบันพบว่า เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่ มี 4 ชนิด (type) ได้แก่ types A, B, C และ D
1. เชื้อไวรัส Influenza A
สามารถแบ่งเป็นชนิดย่อย (subtype) ตามองค์ประกอบของ hemagglutinin (HA, H) และ neuraminidase (NA, N) ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบที่ผิวของอนุภาคไวรัสโดย ทั้ง H และ N มี subtype จำนวน 18 และ 11 ชนิด ตามลำดับ และในปัจจุบันที่มีการแพร่ กระจายในหมู่มนุษย์ ได้แก่ subtype A(H1N1) และ A(H3N2) สำหรับ subtype A(H1NT) อาจระบุเพิ่มเติมเป็น A(H1N 1)pdm09 เพื่อให้เจาะจงว่าเป็นชนิดที่มีการระบาดในปี ค.ศ. 2009 และแทนที่เชื้อไวรัส infuenza A(HIN1) ที่มีการแพร่ระบาดมาก่อนหน้านี้ และพบว่า เชื้อไวรัส influenza type A subtype H1, H2, H3 เท่านั้น ที่มักก่อให้เกิดการแพร่ระบาดได้ ไวรัสชนิด A นี้ พบได้ใน นกหมู ม้า และคน
2. เชื้อไวรัส Influenza B
จะไม่แบ่งย่อยเป็น subtype เหมือน infuenza A แต่จะแบ่งตาม lineages ตัวอย่างที่มีการแพร่กระจายอยู่ในขณะนี้ เช่น B/amagata หรือ BNictoria lineage
3. เชื้อไวรัส Influenza C
พบได้ไม่บ่อยนัก และก่อให้เกิดการติดเชื้อไม่รุนแรง จึงไม่สำคัญต่อระบบสาธารณสุข
4.เชื้อไวรัส Influenza D
เป็นชนิดที่พบใหม่ ก่อให้เกิดการติดเชื้อในวัว และหมู และยังไม่พบว่าเกิดการติดเชื้อในมนุษย์
อาการ โรคไข้หวัดใหญ่
อาการของไข้หวัดใหญ่จะเริ่มด้วยการมีไข้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ไอ (มักจะไอแห้ง) ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว หนาวสั่น อ่อนเพลีย เจ็บคอ และมีน้ำมูกไหล บางรายอาจมีท้องเสีย คลื่นไส้ และอาเจียนได้
เมื่อได้รับเชื้อแล้ว จะเริ่มมีอาการในวันที่ 2 ของการติดเชื้อ (โดยเฉลี่ย แต่อยู่ระหว่าง 1 – 4 วัน หลังได้รับเชื้อแล้วและมักจะมีอาการอยู่ประมาณ 5-7 วัน แล้ว หายได้เอง ซึ่งเชื้อสามารถแพร่กระจายได้ตั้งแต่ 1 วัน ก่อนเริ่มมีอาการ จนกระทั่งหายเป็นปกติแล้ว
อาการไออาจรุนแรงขึ้น และเป็นอยู่นานกว่า 2 สัปดาห์ ทั้งๆ ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นหลัง เริ่มมีอาการแล้ว 1 สัปดาห์ แต่บางส่วนอาจมีภาวะแทรกซ้อน อาการรุนแรงขึ้น ต้องรับเข้ารักษาในโรงพยาบาล
การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
วัดซีนไข้หวัดใหญ่ถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นในกลางทศวรรษที่ 1930 (K และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย แต่ภูมิคุ้มกันจากการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะลดลง เมื่อเวลาผ่านไป นอกจากนี้ชนิดของเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องได้รับวัคซีนเหล่านี้เป็นประจำทุกปีๆ ละ 1 ครั้ง
การคัดเลือกสายพันธุ์ของไวรัสเพื่อผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี จากการศึกษาแนวโน้มการ ระบาด และคัดเลือกชนิดที่สำคัญ จำนวน 3 – 4 ชนิดเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมไวรัสไข้หวัดใหญ่ทุกชนิด จึงจะไม่ได้ผล 100% แต่จะช่วยบรรเทาความรุนแรง และระยะการเป็นของโรคได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเสี่ยง วัคซีนไข้หวัดใหญ่จะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดโอกาสของการเกิดภาวะแทรกซ้อน และการตายได้เป็นอย่างดี
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้กลุ่มคนต่อไปนี้ ควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี
ㆍ หญิงตั้งครรภ์
ㆍ เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี
ㆍ ผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไป
ㆍ ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ โรคไต โรคตับ หรือ โรคเลือด เป็นตัน
ㆍบุคลาการทางการแพทย์
การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
ㆍ หมั่นล้างมืออย่างสม่ำเสมอ
ㆍ สวมหน้ากากเพื่อป้องกัน
ㆍ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่
ㆍ หลักเลี่ยงการสัมผัส ตา จมูก และปาก
ที่มา : WHO. Influenza (Seasonal). http://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/influenza-(seasonal). Accessed date: 3 gd December 2018.
Centers for Disease Control and Prevention, U.S. Department of Health & Human Services.Types of Influenza Viruses. https://www.cdc.gov/flu/about/viruses/types.htm. Accessed date:3rd December 2018.