TH

การนอนกับพัฒนาการ และพฤติกรรมของเด็ก

การนอนกับพัฒนาการ และพฤติกรรมของเด็ก

การนอนกับพัฒนาการ และพฤติกรรมของเด็ก

การนอนกับพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็ก

จำนวนชั่วโมงในการนอนที่เหมาะสมตามวัย

  • แรกเกิด – 2 เดือน–10 – 19 ชม.
  • 2 – 12 เดือน——12 – 16 ชม.
  • 1 – 2 ปี———–11 – 14 ชม. (รวมนอนกลางวัน)
  • 3 – 5 ปี ———-10 – 13 ชม. (รวมนอนกลางวัน)
  • 6 – 12 ปี———- 9 – 12 ชม.
  • 13 – 18 ปี———8 – 10 ชม.

ปัจจัยที่ทำให้การนอนไม่มีประสิทธิภาพ

  • นอนกรน
  • โรคภูมิแพ้จมูก
  • ทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ

นอนน้อยเกินไป หรือไม่สามารถเข้าช่วงหลับลึกได้อย่างเพียงพอ มีผลต่อพัฒนาการ และพฤติกรรมเด็กอย่างไร?

  • ขาดสมาธิ ชน เหม่อลอย จดจ่อได้ไม่สมวัย มีผลต่อความจำ และการเรียนรู้ ซึ่งอาการคล้ายกลุ่มโรคชนสมาธิสั้น
  • หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย
  • ซึมเศร้า วิตกกังวลตามมาในระยะยาว

หากเด็กมีปัญหาการนอน ควรทำอย่างไร?

  • ถ้าไม่ยอมนอน หรือต่อต้านการนอน ให้ออกกำลังกายช่วงกลางวันอย่างเหมาะสม และใช้การปรับพฤติกรรม
  • ถ้านอนไม่หลับ หลับไม่สนิท นอนกรน สะดุ้งตื่นกลางคืน ให้พบแพทย์

ทำอย่างไรให้เด็กนอนหลับได้ดี

  • ให้เข้านอน และตื่นเป็นเวลาใกล้เคียงกัน ต่างกันไม่เกิน 1 ชั่งโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด
  • ในเด็กโต หากนอนกลางวัน ไม่ควรนานเกิน 1 ชั่วโมง
  • จัดกิจวัตรประจำวันที่เงียบสงบ ก่อนเข้านอนประมาณ 30 – 60 นาที เช่น อ่านนิทานฟังเพลงเบาๆ
  • จัดห้องนอนให้มืด เงียบ อุณหภูมิเหมาะสม หากเด็กกลัวความมืด ให้เปิดไฟหรี่
  • ไม่ให้เด็กหิวก่อนเข้านอน ให้กินอาหารเบาๆ เช่น นม ควรกินอาหารมื้อหลักให้เสร็จ ก่อนนอน 1 – 2 ชั่วโมง งดเครื่องดื่มชา โกโก้ น้ำอัดลม อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนนอน
  • ให้ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมช่วงกลางวัน
  • งดการเล่นจอ เช่น โทรศัพท์ แทบเล็ต ก่อนนอน ไม่ควรมีสื่อหน้าจอในห้องนอน
  • ไม่ใช้ห้องนอนในการทำโทษเด็ก
  • ไม่ซื้อยานอนหลับมากินเอง

ทบทวนโดย : ศูนย์สุขภาพเด็ก

โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

มั่นใจ..กับการวินิจฉัยที่ตรงจุด

โดยแพทย์และทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม