มะเร็งเต้านม : รู้ทัน – ป้องกันได้ – รักษาไว
มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงไทยและทั่วโลก และยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในผู้หญิง แม้ฟังดูน่ากลัว แต่ข่าวดีก็คือ หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ โอกาสรักษาหายมีมากกว่า 90% ดังนั้นความรู้ ความเข้าใจ และการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นอาวุธสำคัญในการป้องกันและรับมือกับโรคนี้
มะเร็งเต้านมคืออะไร?
มะเร็งเต้านม คือ การเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติในเนื้อเยื่อเต้านม ซึ่งสามารถลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อข้างเคียง หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นผ่านทางน้ำเหลืองหรือกระแสเลือด
มะเร็งเต้านมมีหลายชนิด เช่น
– Invasive ductal carcinoma (IDC) : พบมากที่สุด (ประมาณ 80%)
– Invasive lobular carcinoma (ILC)
– Ductal carcinoma in situ (DCIS) : เป็นมะเร็งระยะเริ่มต้นที่ยังไม่แพร่กระจาย (มะเร็งระยะ 0)
ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านม
- อายุ เสี่ยงมากขึ้นหลังอายุ 40 ปี
- กรรมพันธุ์ หากมีญาติสายตรง (แม่, พี่สาว, ลูกสาว) เป็นมะเร็งเต้านม ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า
- พันธุกรรมผิดปกติ ผู้ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1, BRCA2 มีความเสี่ยงสูง
- ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เช่น การมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย (<12 ปี) หรือหมดช้ากว่าอายุ 55 ปี
- การใช้ฮอร์โมนทดแทน โดยเฉพาะชนิดผสม (เอสโตรเจน + โปรเจสเตอโรน) เป็นเวลานาน, ยาคุมกำเนิด
- พฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดื่มแอลกอฮอล์, สูบบุหรี่, ออกกำลังกายน้อย, น้ำหนักเกิน
อาการที่ควรระวัง
แม้ระยะแรกของมะเร็งเต้านมอาจไม่มีอาการ แต่สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่
- มีก้อนในเต้านมหรือรักแร้
- เต้านมหรือหัวนมบวม หรือเปลี่ยนรูปร่าง
- หัวนมบอด, มีเลือดหรือน้ำใสไหลออก
- ผิวหนังบริเวณเต้านมหดตัวหรือบุ๋ม
- มีอาการปวดหรือผิวคล้ายเปลือกส้ม
วิธีการตรวจคัดกรอง
1. การตรวจเต้านมด้วยตนเอง
ทำทุกเดือน หลังหมดประจำเดือน 7-10 วัน เป็นการรู้จักเต้านมของตัวเองและสังเกตความเปลี่ยนแปลง
2. การตรวจโดยแพทย์ (Clinical Breast Exam)
แนะนำให้ตรวจทุกปีโดยแพทย์เฉพาะทาง
3. แมมโมแกรม (Mammogram)
เป็นการถ่ายภาพเต้านมด้วยรังสี เริ่มแนะนำให้ตรวจตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ทุก 1-2 ปี ขึ้นกับความเสี่ยง
4. อัลตราซาวด์เต้านม (Ultrasound)
เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีเต้านมหนา หรืออายุน้อย
การวินิจฉัยเพิ่มเติมเมื่อสงสัยเป็นมะเร็ง
- การเจาะชิ้นเนื้อ (Biopsy) วิธีมาตรฐานในการวินิจฉัย
- MRI เต้านม ใช้กรณีซับซ้อนหรือมีความเสี่ยงสูง
- การตรวจระดับฮอร์โมนและโปรตีน (HER2, ER/PR) ช่วยกำหนดวิธีรักษาที่เหมาะสม
ระยะของมะเร็งเต้านม
ระยะ 0 (DCIS) : มะเร็งยังไม่ลุกลาม
ระยะ 1-2 : มะเร็งอยู่ในเต้านมหรือรักแร้
ระยะ 3 : เริ่มลุกลาม
ระยะ 4 : แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น ปอด กระดูก สมอง
การรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับชนิด ระยะของโรค และลักษณะทางชีวภาพของเซลล์มะเร็ง
1. การผ่าตัด : ผ่าตัดเอาก้อนออก หรืออาจต้องตัดเต้านมทั้งข้าง
2. เคมีบำบัด (Chemotherapy) : ทำลายเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย
3. รังสีบำบัด : ฆ่าเซลล์มะเร็งเฉพาะที่หลังการผ่าตัด
4. ฮอร์โมนบำบัด : ใช้ในผู้ป่วยที่มีตัวรับฮอร์โมน (ER/PR positive)
5. ยารักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) : เช่น Trastuzumab สำหรับผู้มี HER2-positive
แนวทางการป้องกัน
1. ตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ
2. พบแพทย์ตรวจร่างกายทุกปี
3. ลดน้ำหนัก หากมีน้ำหนักเกิน
4. เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
6. ให้นมบุตรอย่างน้อย 6 เดือน ช่วยลดความเสี่ยง
มะเร็งเต้านมอาจดูเป็นโรคร้ายแรง แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี หากตรวจพบเร็ว
ทบทวนโดย : นพ.วีรวัฒน์ ปิยรัตนวงศ์
ศูนย์ศัลยกรรม
โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์
แพทย์แนะนำ