บทความสุขภาพ
Feed

โรคเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์

30 August 2017

 

เบาหวาน  เป็นโรคแทรกซ้อนทางอายุรกรรม ที่พบบ่อยในขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ต่อต้านการทำงานของอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ อาจป็นอันตรายต่อทั้งมารดาและทารก

 

ผลของเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ผลต่อทารก

  1. แท้ง
  2. ทารกพิการ
  3. ทารกตัวใหญ่ ทำให้คลอดยาก เกิดการบาดเจ็บจากการคลอด
  4. ทารกตายในครรภ์ มักเกิดเมื่ออายุครรภ์ 36 สัปดาห์ขึ้นไป
  5. ทารกตายหลังคลอด
  6. คลอดก่อนกำหนด และเจริญเติบโตช้าในครรภ์

ผลต่อมารดา

  1. ครรภ์เป็นพิษ
  2. ติดเชื้อง่าย อวัยวะที่ติดเชื้อที่พบบ่อย ระบบปัสสาวะ
  3. คลอดก่อนกำหนด
  4. คลอดยาก จากทารกตัวใหญ่ โอกาสที่ช่องคลอดจะฉีกขาดมาก  มดลูกหดรัดตัวไม่ดีทำให้ตกเลือดหลังคลอดได้ อาจต้องผ่าตัด ติดเชื้อง่าย แผลหายช้า

         

หญิงตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
1. อายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป
2. อ้วน ( ดัชนีมวลกาย มากกว่า 30 )
3. มีประวัติบุคคลในครอบครัว ที่เป็นญาติสายตรงเป็นเบาหวาน
4. มีประวัติการตั้งครรภ์ และการคลอดที่ผิดปกติ เช่น การแท้ง การตายคลอด ทารกตายในครรภ์
    เคยคลอดบุตรน้ำหนักแรกคลอดมากกว่า 4 กิโลกรัม

 

ข้อปฏิบัติสำหรับหญิงตั้งครรภ์
เป็นสิ่งที่หญิงตั้งครรภ์ต้องปฏิบัติไปจนคลอดบุตร เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขณะตั้งครรภ์ หรือหลังคลอด ประกอบด้วย
1. การควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ และเพื่อให้น้ำหนัก
    ตัวเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์
2. การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควรมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
    ด้วยตนเองเป็นประจำ เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด
3. หากใช้วิธีการควบคุมอย่างเดียวไม่เพียงพอ  อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม
    เช่น การใช้ยารับประทาน หรือการฉีดอินซูลิน ควบคู่กับการควบคุมอาหารด้วย
4. การตรวจครรภ์เป็นประจำโดยสูตินรีแพทย์
5. การออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกาย เป็นขบวนการทำให้มีการส่งเสริมการเผาผลาญ                 
    กลูโคสถูกนำไปใช้มากขึ้น  ทำให้อินซูลินดูดซึมเร็วขึ้น และความต้องการอินซูลินลดลง
    ควรเริ่มออกกำลังกายในระยะเวลาสั้น แต่สม่ำเสมอ แบ่งทำวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ5-10 นาที

 

ตัวอย่างการออกกำลังกายในหญิงตั้งครรภ์

ท่าที่ 1   ท่าหมุนไหล่


ท่าที่ 2   ยืดข้างลำตัว


ท่าที่ 3   บริหารเท้า


ท่าที่ 4   บิดลำตัว


ท่าที่ 5   ท่าดันผนัง
 

 

อาหารสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวาน

  • โปรตีน เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และไข่ โดยเน้นรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ และไม่ติดมัน ไม่ติดหนัง เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ หมูเนื้อแดง ไข่ หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน ลูกชิ้น หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันในการปรุงอาหาร ให้ใช้การต้ม ตุ๋น นึ่ง ลวก อบ ย่าง แทนการผัดและการทอด
  • ผัก เป็นแหล่งของวิตามินและเกลือแร่ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผักใบชนิดต่างๆ  ผักกาด คะน้า ตำลึง ซึ่งมีใยอาหารและวิตามินมาก สามารถเลือกรับประทานได้มากเท่าที่ต้องการ และผักจำพวกที่เป็นหัวและถั่วต่างๆ แครอท ฟักทอง เผือก มัน ข้าวโพด ถั่วลิสง ซึ่งมีแป้ง และพลังงานมากกว่าผักใบชนิดต่างๆ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงผักหัวและถั่วต่างๆ
  • ผลไม้  เป็นแหล่งวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารที่ดี ควรรับประทานผลไม้แทนขนมเป็นประจำทุกวัน และทุกมื้อ ผลไม้ที่รับประทานควรเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย รสไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง ชมพู่ ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะละกอ แอปเปิ้ล สาลี่ แก้วมังกร  พยามยามงดผลไม้ที่มีรถหวานจัด หรือผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก เช่น เงาะ ทุเรียน ลำไย ขนุน น้อยหน่า ละมุด  หลีกเลี่ยงน้ำผลไม่ทุกชนิด รวมถึงน้ำมะพร้าวด้วย
  • น้ำนม เป็นสารอาหารที่จำป็นสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ควรดื่มนมสดชนิดจืด และพร่องมันเนย หรือนมสดขาดมันเนย เพื่อหลีกเลี่ยงไขมันในนมและไม่ควรดื่มนมปรุงแต่งหรือน้ำนมแปลงรูป  นมหวาน นมเปรี้ยว โยเกิร์ต เนื่องจากอาจจะมีการเติมน้ำตาล หรือผลไม้เชื่อม
  • คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ อาหารจำพวกข้าว และผลิตภัณฑ์จากข้าว แป้ง และน้ำตาล เช่น ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง ขนมหวานต่างๆ น้ำหวาน น้ำตาล อาหารกลุ่มนี้จะย่อยกลายเป็น น้ำตาล และดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ ควรเลือกรับประทานข้าวซ้อมมือ หรือขนมปังโฮลวีต ซึ่งจะมีใยอาหารมากกว่าข้าวขาว และควรหลีกเลี่ยงข้าวเหนียว เพราะมีพลังงานสูง
  • ไขมัน  ควรหลีกเลี่ยงการผัดและการทอด หากจำเป็นควรใช้ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง  น้ำมันข้าวโพด หรือน้ำมันรำข้าว ควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง เช่น หมูติดมัน หนังไก่ หนังเป็ด และเลี่ยงไขมันจากสัตว์  น้ำมันหมู กะทิ เนย ครีมเทียม

 

ตัวอย่างรายการอาหารที่ควรบริโภคใน 1 วัน

อาหารเช้า              ข้าวกล้อง 2 ทัพพี  ต้มจืดใส่ผัก อกไก่อบ
อาหารว่างเช้า         นมจืด 1 แก้ว ฝรั่ง 1 ผล
อาหารกลางวัน       ข้าวกล้อง 2 ทัพพี ปลาย่าง 1 ตัว แกงส้มผักรวม
อาหารว่างบ่าย        น้ำเต้าหู้ไม่ใสน้ำตาล 1 แก้ว ขนมปังแครกเกอร์ 1ห่อเล็ก
อาหารเย็น              ข้าวกล้อง 2 ทัพพี ไข่ต้ม 1 ฟอง น้ำพริกปลาป่น พร้อมผักสด
                             นมจืด 1 แก้ว  กล้วย 1 ผล

 

ตัวอย่างรายการอาหารที่ควรบริโภคใน 1 วัน

อาหารเช้า              ข้าวสวย 2 ทัพพี แกงจืดผักกาดขาวหมูสับ
อาหารว่างเช้า         นมจืด 1 กล่อง มะละกอสุก 6 ชิ้น (ขนาดพอดีคำ)
อาหารกลางวัน       เส้นหมี่น้ำลูกชิ้นปลา  ชมพู่ 4 ผล
อาหารว่างบ่าย        นมจืด 1 กล่อง ส้มเขียวหวาน 2 ผล
อาหารเย็น              ข้าวสวย 2 ทัพพี ผัดกะเพราปลา  นมจืด 1 กล่อง

 

ตัวอย่างรายการอาหารที่ควรบริโภคใน 1 วัน

อาหารเช้า              ข้าวต้มไก่  นมสด 1 แก้ว  เงาะ 6 ผล
อาหารว่างเช้า         แตงโม 10 ชิ้น
อาหารกลางวัน        ข้าวสวย 2 ทัพพี ผัดฟักทอง ปลากระพงนึ่งบ๊วย ส้มเขียวหวาน 1 ผล
อาหารว่างบ่าย        นมสด 1 แก้ว แซนวิซไก่
อาหารเย็น               ข้าวกล้อง 2 ทัพพี ต้มยำกุ้ง ผัดผักกวางตุ้ง ฝรั่ง 1 ผล  นมสด 1 แก้ว

 

ตัวอย่างรายการอาหารที่ควรบริโภคใน 1 วัน

อาหารเช้า                      โจ๊กปลา แอปเปิ้ล 6-8 ชิ้น  นมจืด 1 กล่อง
อาหารกลางวัน               ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าผักรวมหมู  ชมพู่ 2 ผล
อาหารเย็น                      ข้าวกล่อง 2 ทัพพี  ต้มยำปลาใส่เห็ดฟาง ผัดบล๊อคโคลี่  นมพร่องมันเนย 1 แก้ว

 

ตัวอย่างรายการอาหารที่ควรบริโภคใน 1 วัน

อาหารเช้า                      ขนมปังโฮลวีตไข่ดาว + แฮม ทามาการีน ใส่ผักกาดหอม มะเขือเทศ  ส้ม1 ผล นมสด 1 แก้ว
อาหารกลางวัน               เส้นหมี่ ลูกชิ้นหมู ใส่ถั่วงอกสุก  มะละกอ 6-8 ชิ้น
อาหารเย็น                      ข้าวกล้อง 2 ทัพพี แกงส้มผักรวมกุ้ง  ไก่กะเพรา  ส้มโอ นมจืด 1 กล่อง