บทความสุขภาพ
Feed

โรคหลอดเลือดหัวใจ

18 September 2017

 

โรคหลอดเลือดหัวใจ
กล้ามเนื้อหัวใจจะได้รับเลือดมาหล่อเลี้ยงจากเส้นเลือดแดงโคโรนารี่ ซึ่งเป็นเส้นเลือดเส้นเล็ก ๆที่แยกตัวออกมาจากหลอดเลือดแดงใหญ่ เมื่อหลอดเลือดแดงโคโรนารี่ตีบและ   อุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจจะขาดเลือด ทำให้เกิดอาการที่สำคัญ คือ อาการเจ็บหน้าอก เจ็บบริเวณตรงกลางหน้าอก หรือทางด้านซ้าย

 

สาเหตุ
หลอดเลือดหัวใจตีบ อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ความเครียด และการไม่ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ  ซึ่งปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะทำให้เส้นเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดตีบและอุดตันมากกว่าปกติ จึงเกิดภาวะหัวใจ ขาดเลือดขึ้น

 

อาการ
อาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แบ่งออกได้เป็น  2 ลักษณะ คือ

  • ลักษณะที่หนึ่ง เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน เกิดเพราะเส้นเลือดโคโรนารี่อุดตันหรือเกือบอุดตัน เพราะลิ่มเลือดมาอุดตรงที่ตีบด้วย คนไข้จะมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน อาจมีอาการเหงื่อออก ตัวเย็น คลื่นไส้อาเจียนหรือเป็นลม หมดสติร่วมด้วย ในบางรายผู้ป่วยอาจเสียชีวิตอย่างกระทันหันได้
  • ลักษณะที่สอง เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างเรื้อรัง อาการเจ็บหน้าอกอาจไม่รุนแรงมากและเจ็บครั้งละ 2 - 3 นาที  ส่วนมากจะมีอาการในขณะที่ออกกำลัง เมื่อหยุดพักอาการเจ็บหน้าอกจะหายไป อย่างไรก็ดีผู้ป่วยไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์

 

ข้อควรปฏิบัติ
เมื่อมีอาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ควรจะรีบปรึกษาแพทย์ ในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคอยู่แล้ว ให้อมยาขยายหลอดเลือดทันทีและนั่งพัก อาการมักจะดีขึ้นภายใน 5 นาที  ถ้ายังมีอาการให้อมยาซ้ำได้ ถ้าไม่ดีขึ้นภายใน 15 นาที (อม 3 เม็ด) ควรรีบไปโรงพยาบาล  ทั้งนี้แสดงว่าเส้นเลือดจะเริ่มอุดตันแล้ว ซึ่งการให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนทันที  จะช่วยลดการตายของกล้ามเนื้อหัวใจทำให้ลดอัตราการตาย และการเกิดโรคหัวใจล้มเหลว ในระยะยาวได้

 

การป้องกัน

  •  การเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารจำพวก ไข่แดง กะทิ ไขมันสัตว์ทุกชนิด นม เนย กุ้ง หอย และปลาหมึก 
  •  ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอโดยเฉพาะการวิ่ง เดินเร็ว ๆ หรือว่ายน้ำ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 20 - 30 นาที 
  •  ควรควบคุมน้ำหนัก 
  •  งดสูบบุหรี่ 
  •  ควบคุมโรคที่ปัจจัยเสี่ยงให้ดี เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง 
  •  พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด 
  •  พักผ่อนให้เพียงพอ

ข้อมูลโดย:  นพ.บุญเสริฐ  ชาติละออง  หัวหน้าแพทย์ สถาบันหัวใจ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์